สารบัญ
10 อันดับ เครื่องเป่าลมร้อน ยี่ห้อไหนดี
1.Black+Decker เครื่องเป่าลมร้อน 1800 วัตต์ รุ่น KX1800-B1
2. STANLEY เครื่องเป่าลมร้อน 2000 วัตต์ รุ่น STEL670 HEAT GUN 2000 W B 5035048328378
3. MAKITA – HG6530VK เครื่องเป่าลมร้อนไฟฟ้า กำลังไฟ 2,000 วัตต์ ปรับอุณหภูมิได้ 3 ระดับ มาพร้อมหน้าจอแบบ LCD
4. เครื่องเป่าลมร้อน ปรับได้ 3ระดับ กำลัง 2000วัตต์ ทำความร้อน 70 – 600 องศา PUMPKIN รุ่น 50191 /J-H2020
5. HG5030 เครื่องเป่าลมร้อน 1600W-2ระดับ
6. Deli เครื่องเป่าลมร้อน 2000W EDL391201-01
7. BOSCH ปืนเป่าลมร้อน 1,800W ปรับ 3 ระดับ รุ่น GHG 18-60
8. DEWALT ปืนเป่าลมร้อนไร้สาย 20V Max (เฉพาะตัวเครื่อง) รุ่น DCE530N-KR
9. Mitsushi 2000W ปืนเป่าลมร้อน รุ่นใหม่เครื่องเป่าลมร้อนไฟฟ้า
10. DEWALT รุ่น D26411-B1 ปืนเป่าลมร้อน กำลัง 1,800 วัตต์
10 อันดับ เครื่องเป่าลมร้อน ยี่ห้อไหนดี
1. Black+Decker เครื่องเป่าลมร้อน 1800 วัตต์ รุ่น KX1800-B1
- ระดับความร้อน สามารถปรับได้ช่วงอุณหภูมิ 400/550 องศาเซลเซียส
- อัตราการไหลของลม 550/750 ลิตร/นาที
- ด้ามจับกระชับเสริมยางกันลื่น ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบา
- จับปืนเป็นอย่างดีสมดุลสำหรับการใช้งานในช่วงระยะเวลานาน
- ขาตั้งในตัวสำหรับเย็นลงได้ง่าย ล็อคสวิทช์สำหรับความสะดวกสบายในการใช้งานแบบแฮนด์ฟรี
2. STANLEY เครื่องเป่าลมร้อน 2000 วัตต์ รุ่น STEL670 HEAT GUN 2000 W B 5035048328378
- ปริมาณลมแบบ 2 ระดับ
- การตั้งค่าอุณหภูมิที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้
- อุณหภูมิลม 50-450 / 90-600 องศา
- การไหลของอากาศ 300 / 500 ลิตร/นาที
- สายเคเบิลยาว 3 เมตร
3. MAKITA - HG6530VK เครื่องเป่าลมร้อนไฟฟ้า กำลังไฟ 2,000 วัตต์ ปรับอุณหภูมิได้ 3 ระดับ มาพร้อมหน้าจอแบบ LCD
- HG6530VK เครื่องเป่าลมร้อน 2000 วัตต์ ปรับได้ 3 ระดับ
- เครื่องเป่าลม ออกแบบมาให้มีความแข็งแรง ด้ามจับทำจากยางนุ่มถนัดมือ
- มาพร้อมด้วยหน้าจออุณหภูมิแบบ LCD
- ตั้งค่าลมด้วยสวิทช์แบบเลื่อนเพื่อความคล่องตัว
- ปุ่มควบคุมอุณหภูมิ เพิ่มขึ้นทีละ 10 องศาเซลเซียส
4. เครื่องเป่าลมร้อน ปรับได้ 3ระดับ กำลัง 2000วัตต์ ทำความร้อน 70 - 600 องศา PUMPKIN รุ่น 50191 /J-H2020
- ออกแบบมาสำหรับการลอกสี งานติดตั้งสติ๊กเกอร์,ติดตั้งฟิล์มกระจก
- สามารถปรับอุณหภูมิและแรงลมได้ 3 ระดับ เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะงาน
- ชุดทำความร้อน ผลิตจากขดลวด
- สามารถทำความร้อนสูงสุดได้ถึง 600 องศา
- มีวงจรควบคุมระดับอุณหภูมิให้คงที่ สำหรับการใช้งานต่อเนื่อง
5. HG5030 เครื่องเป่าลมร้อน 1600W-2ระดับ
- ขนาดกระทัดรัดและน้ำหนักเบา
- มีความทนทาน และพลังสูง
- ด้ามจับถนัดมือ
- ตัวเครื่องสามารถวางตั้งได้
- ใช้งานง่ายด้วยสวิทซ์แบบสไลด์
6. Deli เครื่องเป่าลมร้อน 2000W EDL391201-01
- วัสดุหลัก:ABS+ลวดเหล็กชุบโครเมียม
- มอเตอร์ Wanbaozhi ของญี่ปุ่น ความเร็วคงที่ลมคงที่
- ปรับอุณหภูมิได้สองเกียร์ งานเกรดสูง ระบายความร้อนเกียร์ต่ำ
- พลาสติก ABS ฉนวนกันความร้อนสูงแกนความร้อนคู่ป้องกันความร้อนสูงเกินไป
- กำลังไฟ: 2000W
7. BOSCH ปืนเป่าลมร้อน 1,800W ปรับ 3 ระดับ รุ่น GHG 18-60
- กะทัดรัดและใช้สะดวก
- ท่อป้องกันแบบถอดได้และใช้งานสะดวก
- ทำงานมือเดียวได้อย่างสะดวกด้วยปุ่มควบคุม 3 ระดับ
- มีฉนวนป้องกันความร้อนพร้อมมือจับแบบนุ่มเพื่อความสบายยิ่งขึ้นในการทำงาน
- การระบายความร้อนที่ 50°C
8. DEWALT ปืนเป่าลมร้อนไร้สาย 20V Max (เฉพาะตัวเครื่อง) รุ่น DCE530N-KR
- เครื่องเป่าลมร้อนไร้สาย 18 โวลท์
- อุณหภูมิ: 290 - 530°C
- อัตรการไหลของอากาศ: 109 - 190 l/min
- ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา
- สวิตช์เซฟตี้ป้องกันการเปิดทำงานโดยไม่ตั้งใจ
9. Mitsushi 2000W ปืนเป่าลมร้อน รุ่นใหม่เครื่องเป่าลมร้อนไฟฟ้า
- กำลังไฟ : 2000 วัตต์ (220-240V)
- อุณหภูมิ : 50°C-600°C
- กำลังลม : 350 - 500 l/min
- ปรับอุณหภูมิได้ 7 ระดับ
10. DEWALT รุ่น D26411-B1 ปืนเป่าลมร้อน กำลัง 1,800 วัตต์
- อุณหภูมิในการทำงาน : 50-600 องศาเซลเซียส
- ปริมาณลม : 250/450 ลิตรต่อนาที
- น้ำหนัก 0.8 กก.
- ใช้ลอกสี ดัดงอพลาสติก ซ่อมพลาสติก ติดสต๊กเกอร์ และ อื่นๆ
- ด้ามจับกระชับเสริมยางกันลื่น ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบา
แบรนด์ดัง เครื่องเป่าลมร้อน ยอดนิยม
วิธีเลือกซื้อ เครื่องเป่าลมร้อน ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง
การเลือกซื้อเครื่องเป่าลมร้อน (Hair Dryer) ต้องคำนึงถึงหลายปัจจัยเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานและความต้องการของผู้ใช้ ดังนี้:
1. กำลังไฟ (Wattage)
- กำลังไฟสูงจะทำให้เครื่องทำงานได้เร็วและแรงขึ้น ปกติแล้วเครื่องเป่าลมร้อนจะมีขนาดกำลังไฟระหว่าง 1,000 วัตต์ถึง 2,500 วัตต์
- หากคุณต้องการเป่าผมให้แห้งเร็ว ควรเลือกเครื่องที่มีกำลังไฟสูง (ประมาณ 2,000 วัตต์ขึ้นไป)
- หากใช้งานเป็นประจำที่บ้าน ไม่จำเป็นต้องเลือกที่มีกำลังไฟสูงมาก แต่ให้พิจารณาตามความถี่ในการใช้งานและประเภทของผม
2. ปรับความร้อนและลมได้
- ควรเลือกเครื่องที่สามารถปรับความร้อนและความแรงของลมได้หลายระดับ เพื่อให้สามารถควบคุมอุณหภูมิและความแรงได้ตามความต้องการ
- เครื่องที่มีการปรับหลายระดับจะช่วยให้เหมาะสมกับทุกสภาพผม (ผมเส้นเล็ก ผมหนา ผมยาว ฯลฯ)
3. เทคโนโลยี Negative Ion
- เครื่องเป่าผมที่มีเทคโนโลยี Negative Ion ช่วยลดการชาร์จไฟฟ้าสถิตย์และช่วยให้ผมเรียบเงางาม ไม่แห้งเสีย
- ไอออนลบจะช่วยทำให้ผมดูเงางาม ลดฟูและลดผมพันกัน
4. ขนาดและน้ำหนัก
- หากคุณต้องการความสะดวกในการพกพา ควรเลือกเครื่องที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา
- เครื่องที่เบาจะช่วยให้การใช้เครื่องยาวนานขึ้นโดยไม่รู้สึกเมื่อยมือ
- เครื่องที่มีขนาดใหญ่บางรุ่นจะมีแรงลมที่ดีกว่า แต่ก็ต้องพิจารณาน้ำหนักด้วย
5. หัวเป่า (Attachments)
- หัวเป่าหรืออุปกรณ์เสริมที่มาพร้อมกับเครื่องช่วยในการจัดแต่งทรงผม เช่น หัวเป่าลมแบบแบนสำหรับการทำให้ผมตรง หรือหัวเป่าแบบร่องที่ช่วยให้การเป่าผมเร็วขึ้น
- ควรเลือกเครื่องที่มีหัวเป่าหรืออุปกรณ์เสริมที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ตามความต้องการ
6. ฟังก์ชัน Cold Shot
- ฟังก์ชันนี้ช่วยให้การทำทรงผมเสร็จสมบูรณ์และคงทนขึ้น โดยการปล่อยลมเย็นหลังจากการเป่าผมร้อน เพื่อให้ผมเซตตัวและอยู่ทรงได้นานขึ้น
7. ระบบป้องกันความร้อนเกิน (Overheat Protection)
- ฟังก์ชันนี้จะช่วยป้องกันเครื่องไม่ให้ร้อนเกินไปจนทำให้เครื่องชำรุดหรือเกิดอุบัติเหตุ
- เป็นฟังก์ชันที่สำคัญสำหรับการใช้งานที่ยาวนาน
8. ราคาและแบรนด์
- เครื่องเป่าผมมีหลายราคา ตั้งแต่ราคาถูกไปจนถึงราคาสูงที่มีฟีเจอร์มากมาย ควรเลือกตามงบประมาณที่มีและการใช้งานที่คาดหวัง
- แบรนด์ที่เชื่อถือได้ เช่น Dyson, Philips, Panasonic, และ Remington จะมีคุณภาพที่ดีและมีการรับประกันที่มั่นคง
9. ความปลอดภัย
- เครื่องเป่าผมบางรุ่นมีฟังก์ชันการปิดอัตโนมัติเมื่อใช้เป็นเวลานานเกินไป ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยและป้องกันเครื่องร้อนเกินไป
สรุป:
การเลือกซื้อเครื่องเป่าลมร้อนควรพิจารณาจากกำลังไฟ, ฟังก์ชันการปรับความร้อนและความแรงลม, เทคโนโลยีที่รองรับ เช่น Negative Ion, ขนาดและน้ำหนัก, รวมถึงอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ และฟังก์ชันความปลอดภัย เพื่อให้เครื่องเหมาะสมกับการใช้งานของคุณมากที่สุด






